


“ เราเป็นตัวแทนจำหน่ายรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า (Honda) มือหนึ่ง มือสอง ที่จังหวัดยโสธร บริษัทเราให้บริการซื้อ-ขายรถมอเตอร์ไซค์ มือหนึ่ง มือสอง ฮอนด้า ลูกค้าสามารถนำมาเทิร์นได้ให้ราคาดี และขายถูกที่สุด ”








บริษัท สหกิจ มอเตอร์ไบค์ จำกัด
เลขที่ 308 ถนนแจ้งสนิท ตำบลในเมือง อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร 35000
social.sahakit@gmail.com








ไขข้อข้องใจ! น้ำมันเครื่องมอเตอร์ไซค์ Honda แต่ละแบบต่างกันยังไง? เลือกขวดไหนดีที่สุดสำหรับรถคุณ
คุณเคยยืนงงหน้าชั้นวางน้ำมันเครื่องในศูนย์บริการ หรือเวลาช่างถามว่าจะเปลี่ยนน้ำมันเครื่องแบบไหนดีไหมครับ? ยิ่งเป็นรถมอเตอร์ไซค์ Honda คู่ใจ ก็ยิ่งอยากเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ แต่เจ้าขวดหลากสี หลายเกรด ทั้ง "สังเคราะห์แท้", "กึ่งสังเคราะห์", หรือขวดสีฝาแดง ฝาน้ำเงิน มันต่างกันตรงไหน และส่งผลต่อรถเรายังไงวันนี้เราจะมาผ่าคำตอบแบบเข้าใจง่าย เพื่อให้คุณเลือกน้ำมันเครื่องได้ถูกต้อง ตรงจุด และคุ้มค่าที่สุดครับ ทำไมน้ำมันเครื่องถึงสำคัญนัก? น้ำมันเครื่องไม่ใช่แค่สารหล่อลื่นธรรมดา แต่มันคือ "หัวใจ" ในการปกป้องเครื่องยนต์ โดยหน้าที่หลักมีดังนี้:หล่อลื่น: ลดแรงเสียดทานของชิ้นส่วนโลหะภายในเครื่องยนต์ระบายความร้อน: ช่วยพาความร้อนออกจากห้องเผาไหม้ทำความสะอาด: ชะล้างคราบเขม่าและสิ่งสกปรกไม่ให้เกาะติดชิ้นส่วนป้องกันสนิมและกัดกร่อน: สร้างฟิล์มบางๆ เคลือบชิ้นส่วนภายในดังนั้น การเลือกน้ำมันเครื่องผิดประเภท หรือการไม่เปลี่ยนตามกำหนด อาจทำให้เครื่องยนต์สึกหรอเร็ว กินน้ำมัน และอาจถึงขั้นเครื่องหลวมได้Gemini บอกว่านี่คือเนื้อหาบทความและหัวเรื่องที่ออกแบบมาให้เข้ากับภาพกราฟิกของคุณครับ:หัวเรื่อง: ไขข้อข้องใจ! น้ำมันเครื่องมอเตอร์ไซค์ Honda แต่ละแบบต่างกันยังไง? เลือกขวดไหนดีที่สุดสำหรับรถคุณคุณเคยยืนงงหน้าชั้นวางน้ำมันเครื่องในศูนย์บริการ หรือเวลาช่างถามว่าจะเปลี่ยนน้ำมันเครื่องแบบไหนดีไหมครับ? ยิ่งเป็นรถมอเตอร์ไซค์ Honda คู่ใจ ก็ยิ่งอยากเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ แต่เจ้าขวดหลากสี หลายเกรด ทั้ง "สังเคราะห์แท้", "กึ่งสังเคราะห์", หรือขวดสีฝาแดง ฝาน้ำเงิน มันต่างกันตรงไหน และส่งผลต่อรถเรายังไงวันนี้เราจะมาผ่าคำตอบแบบเข้าใจง่าย เพื่อให้คุณเลือกน้ำมันเครื่องได้ถูกต้อง ตรงจุด และคุ้มค่าที่สุดครับทำไมน้ำมันเครื่องถึงสำคัญนัก?น้ำมันเครื่องไม่ใช่แค่สารหล่อลื่นธรรมดา แต่มันคือ "หัวใจ" ในการปกป้องเครื่องยนต์ โดยหน้าที่หลักมีดังนี้:หล่อลื่น: ลดแรงเสียดทานของชิ้นส่วนโลหะภายในเครื่องยนต์ระบายความร้อน: ช่วยพาความร้อนออกจากห้องเผาไหม้ทำความสะอาด: ชะล้างคราบเขม่าและสิ่งสกปรกไม่ให้เกาะติดชิ้นส่วนป้องกันสนิมและกัดกร่อน: สร้างฟิล์มบางๆ เคลือบชิ้นส่วนภายในดังนั้น การเลือกน้ำมันเครื่องผิดประเภท หรือการไม่เปลี่ยนตามกำหนด อาจทำให้เครื่องยนต์สึกหรอเร็ว กินน้ำมัน และอาจถึงขั้นเครื่องหลวมได้เจาะลึก: น้ำมันเครื่อง Honda (Pro Honda) แต่ละแบบต่างกันอย่างไร?โดยทั่วไป น้ำมันเครื่องจะแบ่งเกรดตาม "น้ำมันพื้นฐาน (Base Oil)" ที่นำมาผลิต ซึ่งสำหรับ Pro Honda จะมีหลักๆ 3 ประเภทที่นิยมใช้ในศูนย์บริการ (ตามภาพกราฟิก):1. น้ำมันเครื่องสังเคราะห์แท้ 100% (Fully Synthetic) – (เทียบเท่าขวดฝาสีทอง)นี่คือ "ตัวท็อป" ของน้ำมันเครื่อง ผลิตจากน้ำมันพื้นฐานที่ผ่านกระบวนการสังเคราะห์ทางเคมีขั้นสูง เพื่อให้ได้โมเลกุลน้ำมันที่สม่ำเสมอและบริสุทธิ์ที่สุดข้อดี:ทนความร้อนสูงมาก: ฟิล์มน้ำมันไม่แตกง่ายแม้ขับขี่ต่อเนื่องยาวนาน หรือในสภาพรถติดหนักลื่นที่สุด: ลดแรงเสียดทานได้ดีเยี่ยม เครื่องยนต์ทำงานเงียบและตอบสนองไวอายุการใช้งานนานกว่า: เสื่อมสภาพช้ากว่าแบบอื่น ทำให้ยืดระยะการเปลี่ยนถ่ายได้สตาร์ทติดง่ายในตอนเช้า: น้ำมันไหลเวียนได้ดีแม้เครื่องยนต์เย็นเหมาะกับใคร: ผู้ที่รักรถมาก, ต้องการสมรรถนะสูงสุด, ขับขี่ออกทริปทางไกลบ่อย, หรือใช้รถในเมืองที่รถติดหนักความร้อนสะสมสูง2. น้ำมันเครื่องกึ่งสังเคราะห์ (Semi-Synthetic) – (เทียบเท่าขวดฝาสีแดง)คือการนำ "น้ำมันสังเคราะห์แท้" มาผสมกับ "น้ำมันแร่ธรรมชาติ" ในอัตราส่วนที่เหมาะสม เพื่อให้ได้คุณสมบัติที่ดีกว่าน้ำมันแร่ แต่ราคาจับต้องได้มากกว่าแบบสังเคราะห์แท้ 100% เป็นเกรดมาตรฐานที่นิยมใช้กันมากที่สุดข้อดี:คุ้มค่าที่สุด: ให้การปกป้องที่ดีกว่าน้ำมันแร่ ในราคาที่เพิ่มขึ้นไม่มากทนความร้อนได้ดี: เพียงพอสำหรับการใช้งานทั่วไปในชีวิตประจำวันช่วยลดการสึกหรอ: ได้ดีกว่าน้ำมันแร่ธรรมดาเหมาะกับใคร: ผู้ใช้งานทั่วไป, ขับขี่ไปทำงาน-กลับบ้าน, ต้องการการปกป้องที่เหนือมาตรฐานแต่คุมงบประมาณได้3. น้ำมันเครื่องธรรมดา หรือ น้ำมันแร่ (Mineral Oil) – (เทียบเท่าขวดฝาสีน้ำเงิน)ผลิตจากการกลั่นน้ำมันดิบโดยตรง เป็นเกรดพื้นฐานที่สุด มีประสิทธิภาพในการปกป้องตามมาตรฐานข้อดี:ราคาถูกที่สุด: ประหยัดงบประมาณในการเปลี่ยนถ่ายแต่ละครั้งข้อเสีย:ทนความร้อนต่ำกว่า: เสื่อมสภาพเร็วหากเครื่องยนต์ร้อนจัดอายุการใช้งานสั้น: ต้องเปลี่ยนถ่ายบ่อยกว่าแบบสังเคราะห์เหมาะกับใคร: รถเก่าที่ใช้งานไม่หนัก, รถที่เครื่องยนต์เริ่มหลวม (อาจใช้น้ำมันแร่ที่ข้นกว่าเพื่อลดอาการกินน้ำมันเครื่อง), หรือผู้ที่ต้องการประหยัดงบที่สุดและพร้อมเปลี่ยนถ่ายตามกำหนดอย่างเคร่งครัดสรุป: แล้วฉันควรเลือกแบบไหน?เพื่อการตัดสินใจที่ง่ายที่สุด ให้พิจารณาจาก 3 ปัจจัยนี้ครับ:ประเภทรถของคุณ:รถ Big Bike, รถสปอร์ต, รถ Scooter ขนาดใหญ่ (Forza, ADV): สังเคราะห์แท้ คือคำตอบที่ดีที่สุดรถครอบครัว (Wave), รถ Scooter ทั่วไป (Scoopy, Click): กึ่งสังเคราะห์ คุ้มค่าและเพียงพอ แต่ถ้าอยากให้เครื่องลื่นๆ สังเคราะห์แท้ ก็ใส่ได้ครับลักษณะการใช้งาน:ขับวิน, ไรเดอร์, รถติดหนัก, ออกทริป: สังเคราะห์แท้ จำเป็นมากขี่ชิลๆ ไปจ่ายตลาด: กึ่งสังเคราะห์ ก็เหลือเฟืองบประมาณในกระเป๋า:ถ้าสู้ราคาไหว: สังเคราะห์แท้ คือการลงทุนที่คุ้มค่าในระยะยาวเน้นคุ้มค่า: กึ่งสังเคราะห์ คือทางสายกลางบทสรุปสุดท้ายนี้ ไม่ว่าคุณจะเลือกน้ำมันเครื่องเกรดไหน สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ "การเปลี่ยนถ่ายตามระยะที่กำหนด" เสมอครับ เพราะน้ำมันเครื่องที่เสื่อมสภาพจะไม่สามารถปกป้องเครื่องยนต์ได้เลย เข้าไปปรึกษาช่างที่ศูนย์บริการ Honda ใกล้บ้านเพื่อรับคำแนะนำที่ถูกต้องที่สุดสำหรับรถคุณนะครับ

ไขข้อข้องใจ รถมอเตอร์ไซค์ Honda รุ่นไหนประหยัดน้ำมันที่สุด? ในช่วงน้ำมันแพง!
ยุคนี้ใครๆ ก็บ่นเรื่องราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ ทำให้หลายคนเริ่มมองหาวิธีประหยัดค่าใช้จ่าย ซึ่งหนึ่งในทางเลือกยอดนิยมสำหรับคนไทยคือการหันมาใช้รถมอเตอร์ไซค์ โดยเฉพาะรถจากค่ายยักษ์ใหญ่พึ่งพาได้อย่าง Honda วันนี้เราจะพาไปเจาะลึกดูว่า รถมอเตอร์ไซค์ Honda รุ่นไหนที่ประหยัดน้ำมันมากที่สุด? เพื่อให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้นว่าคันไหนตอบโจทย์คุณที่สุด 🚀 รถ Honda รุ่นยอดฮิต ประหยัดน้ำมันจริงหรือ?Honda เป็นค่ายรถที่ขึ้นชื่อเรื่องความทนทาน และเทคโนโลยีที่ทันสมัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเทคโนโลยี Honda PGM-Fi (ระบบหัวฉีดอัจฉริยะ) และเทคโนโลยี eSP+ (Enhanced Smart Power Plus) ที่ถูกออกแบบมาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเผาไหม้เชื้อเพลิง ลดแรงเสียดทานในเครื่องยนต์ ทำให้ประหยัดน้ำมันมากขึ้นโดยไม่ลดทอนประสิทธิภาพการขับขี่เมื่อพูดถึงความประหยัด ต้องขีดเส้นใต้ที่รถ กลุ่ม Automatic (สกู๊ตเตอร์) และ กลุ่มครอบครัว (รถมีเกียร์) ซึ่งเป็นกลุ่มที่ Honda พัฒนาให้เน้นการใช้งานในชีวิตประจำวันอย่างประหยัดที่สุด เลือกคันไหนดี? บทสรุปสำหรับการตัดสินใจเพื่อตอบคำถามว่า "รถ Honda รุ่นไหน ประหยัดน้ำมันที่สุด?" ต้องพิจารณาความประหยัดควบคู่ไปกับลักษณะการใช้งานของคุณ:ถ้าคุณต้องการความประหยัดน้ำมันสูงสุดในชีวิตประจำวัน (ใช้งานทั่วไป, รับส่งลูก, จ่ายตลาด):ผู้ชนะ: Honda Wave 110i (เน้นตัวเลขประหยัดสูงสุด) หรือ Honda Lead125 / Honda Giorno+ (ถ้าชอบแบบออโต้)ถ้าคุณต้องการความประหยัดในเมืองใหญ่ (ต้องการความคล่องตัว, ระบบ Idling Stop, ดีไซน์วัยรุ่น):ผู้ชนะ: All New Honda Scoopyถ้าคุณต้องการความประหยัดในการออกทริปทางไกล (ต้องการสมรรถนะ, ความสบาย):ผู้ชนะ: Honda Forza350สรุป: ไม่ว่าคุณจะเลือก Honda รุ่นไหน แต่ด้วยเทคโนโลยี PGM-Fi และ eSP+ ที่ถูกติดตั้งมาเป็นมาตรฐาน คุณมั่นใจได้เลยว่า รถ Honda จะเป็นเพื่อนคู่ใจที่ช่วยให้คุณประหยัดเงินในกระเป๋าได้มากที่สุด ในทุกๆ การเดินทาง

รู้หรือไม่? รถมอเตอร์ไซค์เติม E20ได้✅ ไม่ต้องง้อ 91 กับ 95
น้ำมันหายาก รอคิวนาน พอจะเติมดันมาหมดอีก จะทำไง ⁉️ วันนี้ สหกิจ มอเตอร์ไบค์ มีความรู้มาแนะนำสำหรับผู้ใช้รถจักรยานยนต์ฮอนด้าทุกท่าน1. รถจักรยานยนต์ฮอนด้าที่เติม E20 ได้✅ (และเหมาะมาก)เกือบร้อยละ 90 ของรถ Honda ที่จำหน่ายในไทยช่วง 10-15 ปีหลังมานี้ ถูกออกแบบมาให้รองรับ E20 ตั้งแต่ออกจากโรงงานครับกลุ่มรถเกียร์อัตโนมัติ (A.T.): PCX (รุ่นปี 2012 ขึ้นไป), ADV ทุกรุ่น, Forza ทุกรุ่น, Click (รุ่นหัวฉีด), Scoopy i, Lead 125, Giorno+กลุ่มรถครอบครัว: Wave 110i, Wave 125i, Super Cub (รุ่นปี 2011 ขึ้นไป)กลุ่มรถสปอร์ตและ Big Bike: CBR ทุกซีรีส์, CB ทุกซีรีส์, CRF ทุกรุ่น, Rebel ทุกรุ่นวิธีเช็กที่ชัวร์ที่สุด: ดูที่ สติกเกอร์บนถังน้ำมัน หรือ ฝาถังน้ำมัน มักจะมีตัวอักษรระบุว่า "E20" หรือ "Gasohol E20" หากมีระบุไว้ สามารถเติมสลับกับ 91 หรือ 95 ได้ทันทีโดยไม่ต้องปรับแต่งเครื่องยนต์ครับ 2. รุ่นที่ไม่ควรเติม E20 (หรือควรเลี่ยง)น้ำมัน E20 มีส่วนผสมของเอทานอล 20% ซึ่งมีฤทธิ์กัดกร่อนสูงกว่าน้ำมันปกติ รถที่ไม่รองรับอาจเกิดปัญหา ท่อยางเปื่อย/แตก หรือ ปั๊มเชื้อเพลิงเสียหาย ได้ครับรถรุ่นเก่าระบบ "คาร์บูเรเตอร์": เช่น Wave 100 รุ่นเก่า, Dream คุรุสภา, Sonic, Dash, NSR รถกลุ่มนี้ท่อยางและโอริงไม่ได้ออกแบบมาทนทานต่อเอทานอลเข้มข้นรถหัวฉีดรุ่นแรกๆ (บางรุ่น): รถที่ผลิตก่อนปี 2008-2009 ที่ยังระบุว่ารองรับแค่ Gasohol 91/95 (E10) เท่านั้นรถที่จอดทิ้งไว้นาน: หากคุณไม่ได้ขี่รถบ่อย (จอดเกิน 2 สัปดาห์) ไม่แนะนำให้เติม E20 ทิ้งไว้ เพราะเอทานอลจะดูดความชื้นในอากาศเข้ามา กลายเป็นหยดน้ำในถังและทำให้สตาร์ทติดยาก

215 ฿

160 ฿

190 ฿

90 ฿
430 ฿
250 ฿
110 - 134 ฿
109 - 125 ฿